5 ปัญหาร้านอาหาร ที่ระบบ POS แก้ได้ — พาชมจากหน้าจอจริง

  1. 00:00ร้านคุณเจอแบบนี้อยู่หรือเปล่า?
  2. 00:12ปัญหาที่ 1: คิดเงินช้า จดผิด ทอนผิด → หน้าขาย POS
  3. 01:22ปัญหาที่ 2: ครัวอ่านออเดอร์ไม่ออก → จอครัว (KDS)
  4. 02:24ปัญหาที่ 3: ลูกค้าแน่นร้าน พนักงานไม่พอ → QR สั่งอาหาร
  5. 03:29ปัญหาที่ 4: ของหาย ไม่รู้ต้นทุน → สต็อกและต้นทุนต่อจาน
  6. 04:51ปัญหาที่ 5: ปิดร้านแล้วยอดไม่ตรง → รายงาน
  7. 05:51ราคาและทดลองใช้ฟรี

จดออเดอร์ผิด ครัวอ่านลายมือไม่ออก ลูกค้าแน่นจนพนักงานไม่พอ ของหาย และปิดร้านแล้วยอดไม่ตรง คลิป 6 นาทีนี้พาดูว่าแต่ละข้อแก้ยังไงบนหน้าจอระบบจริง พร้อมสรุปเป็นข้อความทีละข้อ

เผยแพร่ 10 ตุลาคม 2569

ร้านส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มหาระบบ POS เพราะอยากได้โปรแกรม แต่เพราะมีอะไรบางอย่างที่เกิดซ้ำทุกวัน แล้วเริ่มกินทั้งเงินและเวลามากขึ้นเรื่อย ๆ

คลิปข้างบนรวม 5 ปัญหาที่เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังบ่อยที่สุด และพาดูว่าแต่ละข้อแก้ยังไงบนหน้าจอระบบจริง ถ้าไม่สะดวกเปิดเสียง สรุปทีละข้ออยู่ข้างล่างนี้

1. คิดเงินช้า จดผิด ทอนผิด

ตอนร้านแน่น เวลาส่วนใหญ่ไม่ได้หมดไปกับการทำอาหาร แต่หมดไปกับการจด การรวมยอด และการหาเงินทอน ทุกขั้นที่ต้องใช้มือเขียนกับหัวคิดเลข คือจุดที่ผิดได้

หน้าขาย POS ให้พนักงานเลือกเมนูจากรูป ใส่ตัวเลือกย่อย แล้วระบบรวมยอดบิลให้เอง ย้ายโต๊ะ รวมโต๊ะ แยกบิล ทำบนจอเดียวกัน ไม่ต้องคิดเลขในหัวตอนที่ลูกค้ายืนรอ

  • เปิดจากมือถือของพนักงานได้เลย ไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่
  • ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องลงโปรแกรม พนักงานใหม่ใช้เป็นภายในวันเดียว
  • ทุกบิลออกใบกำกับภาษีอย่างย่อให้อัตโนมัติ

2. ครัวอ่านออเดอร์ไม่ออก

ใบสั่งอาหารที่เขียนด้วยมือต้องผ่านหลายทอดกว่าจะกลายเป็นจาน ลายมือ ตัวย่อ และตัวเลือกย่อยที่เขียนตัวเล็ก ๆ ข้างชื่อเมนู หายได้ทุกทอด

จอครัว (KDS) ทำให้ออเดอร์ที่พนักงานกด ไปโผล่ที่ครัวเป็นตัวพิมพ์ทันที

  • ตัวเลือกย่อยแสดงเป็นบรรทัดของตัวเองใต้ชื่อเมนู ไม่ใช่ตัวหนังสือเล็ก ๆ ต่อท้าย
  • แยกจอตามสถานี ครัวร้อน ครัวเย็น บาร์ แต่ละที่เห็นเฉพาะงานของตัวเอง
  • สถานะรายจาน ไม่ใช่รายบิล รู้ว่าจานไหนค้าง

เรื่องนี้มีบทความแยกที่ไล่ละเอียดกว่านี้ รวมถึงคิดเป็นเงินว่าออเดอร์ผิดทำให้ร้านเสียเท่าไหร่ต่อเดือน — ทำไมครัวทำผิดจาน ทั้งที่พนักงานจดมาถูก

3. ลูกค้าแน่นร้าน พนักงานไม่พอ

ช่วงพีค ลูกค้ารอเมนู รอคนมารับออเดอร์ รอเก็บเงิน ทั้งที่พนักงานก็วิ่งเต็มที่แล้ว งานที่กินเวลามากที่สุดคือการเดินไปรับออเดอร์ทีละโต๊ะ

QR สั่งอาหาร ให้ลูกค้าสแกนที่โต๊ะแล้วสั่งเองจากมือถือ ออเดอร์ส่งตรงเข้าครัว

  • พนักงานไม่ต้องเดินไปจดทุกโต๊ะ เหลือเวลาไปเสิร์ฟและดูแลลูกค้า
  • ไม่มีการฟังผิด สิ่งที่ลูกค้ากดคือสิ่งที่ครัวเห็น
  • ลูกค้าเห็นสิ่งที่ตัวเองเลือกอยู่บนจอ ถ้าผิดก็แก้เองได้ก่อนกดส่ง

4. ของหาย ไม่รู้ต้นทุน

ยอดขายรู้ทุกวัน แต่กำไรต่อจานไม่มีใครรู้จริง ส่วนวัตถุดิบที่หายไปโดยไม่มีบิลรองรับ ก็ไม่มีใครเห็นจนกว่าจะสิ้นเดือน

สต๊อกและต้นทุนต่อจาน เริ่มจากผูกสูตรให้เมนูครั้งเดียว จากนั้น

  • ขายแล้วระบบตัดวัตถุดิบตามสูตรเอง รวมถึงตัวเลือกเสริมอย่างเพิ่มไข่ เพิ่มชีส
  • รับของเข้าเป็นล็อต ต้นทุนเฉลี่ยคำนวณใหม่ทุกครั้งที่รับของ วัตถุดิบขึ้นราคาวันนี้ กำไรต่อจานขยับให้เห็นวันนี้
  • บันทึกของเสียแยกไว้ แล้วนับสต๊อกจริงเทียบกับที่ระบบตัดไป ส่วนที่ยังต่างกันคือของที่หายไปโดยไม่มีที่มา

ถ้าอยากรู้ว่าตัวเลขต้นทุนต่อจานควรคิดยังไงให้ตรง อ่าน ต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน คิดยังไงให้ตรงกับความจริง ต่อได้

5. ปิดร้านแล้วยอดไม่ตรง

เงินในลิ้นชักไม่ตรงกับยอดขาย แล้วต้องมานั่งไล่ทีละบิลว่าขาดไปตรงไหน ทั้งที่ร้านปิดไปแล้ว และทุกคนเหนื่อยแล้ว

ปิดกะและรายงาน ทำให้งานปลายวันจบที่หน้าร้าน

  • ปิดกะนับเงิน แล้วเห็นทันทีว่าขาดหรือเกิน แยกตามช่องทางรับเงินที่สาขาเปิดใช้
  • รายงานสรุปยอดขาย ยอดขายตามชั่วโมง ยอดขายรายสินค้า และช่องทางการชำระเงิน
  • ทุกอย่างบันทึกตั้งแต่วินาทีที่ขาย จึงไม่มีอะไรต้องย้อนไปรวบรวมทีหลัง

ทั้ง 5 ข้ออยู่ในระบบเดียวกัน

สิ่งที่สำคัญกว่าฟีเจอร์แต่ละข้อ คือทั้งหมดนี้ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ออเดอร์ที่กดหน้าร้าน คือออเดอร์ที่ขึ้นจอครัว คือวัตถุดิบที่ถูกตัดจากสต๊อก และคือยอดที่ไปอยู่ในรายงานตอนปิดร้าน ไม่มีขั้นไหนต้องคีย์ซ้ำ

แต่ละแพ็กได้ฟีเจอร์ไม่เท่ากัน ดูได้ที่หน้าราคาและเทียบแพ็ก หรือจะลองกับเมนูของร้านตัวเองก่อนก็ได้ จากปุ่มทดลองฟรีข้างล่างนี้

ได้บัญชีทดลองแล้ว ดูตอนที่ 2 ต่อ ตั้งค่าร้านครั้งแรก 8 ขั้น จนขายบิลแรก ทำตามได้ทีละขั้น

ทดลองฟรี 7 วัน