5 ปัญหาร้านอาหาร ที่ระบบ POS แก้ได้ — พาชมจากหน้าจอจริง
- 00:00ร้านคุณเจอแบบนี้อยู่หรือเปล่า?
- 00:12ปัญหาที่ 1: คิดเงินช้า จดผิด ทอนผิด → หน้าขาย POS
- 01:22ปัญหาที่ 2: ครัวอ่านออเดอร์ไม่ออก → จอครัว (KDS)
- 02:24ปัญหาที่ 3: ลูกค้าแน่นร้าน พนักงานไม่พอ → QR สั่งอาหาร
- 03:29ปัญหาที่ 4: ของหาย ไม่รู้ต้นทุน → สต็อกและต้นทุนต่อจาน
- 04:51ปัญหาที่ 5: ปิดร้านแล้วยอดไม่ตรง → รายงาน
- 05:51ราคาและทดลองใช้ฟรี
จดออเดอร์ผิด ครัวอ่านลายมือไม่ออก ลูกค้าแน่นจนพนักงานไม่พอ ของหาย และปิดร้านแล้วยอดไม่ตรง คลิป 6 นาทีนี้พาดูว่าแต่ละข้อแก้ยังไงบนหน้าจอระบบจริง พร้อมสรุปเป็นข้อความทีละข้อ
ร้านส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มหาระบบ POS เพราะอยากได้โปรแกรม แต่เพราะมีอะไรบางอย่างที่เกิดซ้ำทุกวัน แล้วเริ่มกินทั้งเงินและเวลามากขึ้นเรื่อย ๆ
คลิปข้างบนรวม 5 ปัญหาที่เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังบ่อยที่สุด และพาดูว่าแต่ละข้อแก้ยังไงบนหน้าจอระบบจริง ถ้าไม่สะดวกเปิดเสียง สรุปทีละข้ออยู่ข้างล่างนี้
1. คิดเงินช้า จดผิด ทอนผิด
ตอนร้านแน่น เวลาส่วนใหญ่ไม่ได้หมดไปกับการทำอาหาร แต่หมดไปกับการจด การรวมยอด และการหาเงินทอน ทุกขั้นที่ต้องใช้มือเขียนกับหัวคิดเลข คือจุดที่ผิดได้
หน้าขาย POS ให้พนักงานเลือกเมนูจากรูป ใส่ตัวเลือกย่อย แล้วระบบรวมยอดบิลให้เอง ย้ายโต๊ะ รวมโต๊ะ แยกบิล ทำบนจอเดียวกัน ไม่ต้องคิดเลขในหัวตอนที่ลูกค้ายืนรอ
- เปิดจากมือถือของพนักงานได้เลย ไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่
- ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องลงโปรแกรม พนักงานใหม่ใช้เป็นภายในวันเดียว
- ทุกบิลออกใบกำกับภาษีอย่างย่อให้อัตโนมัติ
2. ครัวอ่านออเดอร์ไม่ออก
ใบสั่งอาหารที่เขียนด้วยมือต้องผ่านหลายทอดกว่าจะกลายเป็นจาน ลายมือ ตัวย่อ และตัวเลือกย่อยที่เขียนตัวเล็ก ๆ ข้างชื่อเมนู หายได้ทุกทอด
จอครัว (KDS) ทำให้ออเดอร์ที่พนักงานกด ไปโผล่ที่ครัวเป็นตัวพิมพ์ทันที
- ตัวเลือกย่อยแสดงเป็นบรรทัดของตัวเองใต้ชื่อเมนู ไม่ใช่ตัวหนังสือเล็ก ๆ ต่อท้าย
- แยกจอตามสถานี ครัวร้อน ครัวเย็น บาร์ แต่ละที่เห็นเฉพาะงานของตัวเอง
- สถานะรายจาน ไม่ใช่รายบิล รู้ว่าจานไหนค้าง
เรื่องนี้มีบทความแยกที่ไล่ละเอียดกว่านี้ รวมถึงคิดเป็นเงินว่าออเดอร์ผิดทำให้ร้านเสียเท่าไหร่ต่อเดือน — ทำไมครัวทำผิดจาน ทั้งที่พนักงานจดมาถูก
3. ลูกค้าแน่นร้าน พนักงานไม่พอ
ช่วงพีค ลูกค้ารอเมนู รอคนมารับออเดอร์ รอเก็บเงิน ทั้งที่พนักงานก็วิ่งเต็มที่แล้ว งานที่กินเวลามากที่สุดคือการเดินไปรับออเดอร์ทีละโต๊ะ
QR สั่งอาหาร ให้ลูกค้าสแกนที่โต๊ะแล้วสั่งเองจากมือถือ ออเดอร์ส่งตรงเข้าครัว
- พนักงานไม่ต้องเดินไปจดทุกโต๊ะ เหลือเวลาไปเสิร์ฟและดูแลลูกค้า
- ไม่มีการฟังผิด สิ่งที่ลูกค้ากดคือสิ่งที่ครัวเห็น
- ลูกค้าเห็นสิ่งที่ตัวเองเลือกอยู่บนจอ ถ้าผิดก็แก้เองได้ก่อนกดส่ง
4. ของหาย ไม่รู้ต้นทุน
ยอดขายรู้ทุกวัน แต่กำไรต่อจานไม่มีใครรู้จริง ส่วนวัตถุดิบที่หายไปโดยไม่มีบิลรองรับ ก็ไม่มีใครเห็นจนกว่าจะสิ้นเดือน
สต๊อกและต้นทุนต่อจาน เริ่มจากผูกสูตรให้เมนูครั้งเดียว จากนั้น
- ขายแล้วระบบตัดวัตถุดิบตามสูตรเอง รวมถึงตัวเลือกเสริมอย่างเพิ่มไข่ เพิ่มชีส
- รับของเข้าเป็นล็อต ต้นทุนเฉลี่ยคำนวณใหม่ทุกครั้งที่รับของ วัตถุดิบขึ้นราคาวันนี้ กำไรต่อจานขยับให้เห็นวันนี้
- บันทึกของเสียแยกไว้ แล้วนับสต๊อกจริงเทียบกับที่ระบบตัดไป ส่วนที่ยังต่างกันคือของที่หายไปโดยไม่มีที่มา
ถ้าอยากรู้ว่าตัวเลขต้นทุนต่อจานควรคิดยังไงให้ตรง อ่าน ต้นทุนวัตถุดิบต่อจาน คิดยังไงให้ตรงกับความจริง ต่อได้
5. ปิดร้านแล้วยอดไม่ตรง
เงินในลิ้นชักไม่ตรงกับยอดขาย แล้วต้องมานั่งไล่ทีละบิลว่าขาดไปตรงไหน ทั้งที่ร้านปิดไปแล้ว และทุกคนเหนื่อยแล้ว
ปิดกะและรายงาน ทำให้งานปลายวันจบที่หน้าร้าน
- ปิดกะนับเงิน แล้วเห็นทันทีว่าขาดหรือเกิน แยกตามช่องทางรับเงินที่สาขาเปิดใช้
- รายงานสรุปยอดขาย ยอดขายตามชั่วโมง ยอดขายรายสินค้า และช่องทางการชำระเงิน
- ทุกอย่างบันทึกตั้งแต่วินาทีที่ขาย จึงไม่มีอะไรต้องย้อนไปรวบรวมทีหลัง
ทั้ง 5 ข้ออยู่ในระบบเดียวกัน
สิ่งที่สำคัญกว่าฟีเจอร์แต่ละข้อ คือทั้งหมดนี้ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ออเดอร์ที่กดหน้าร้าน คือออเดอร์ที่ขึ้นจอครัว คือวัตถุดิบที่ถูกตัดจากสต๊อก และคือยอดที่ไปอยู่ในรายงานตอนปิดร้าน ไม่มีขั้นไหนต้องคีย์ซ้ำ
แต่ละแพ็กได้ฟีเจอร์ไม่เท่ากัน ดูได้ที่หน้าราคาและเทียบแพ็ก หรือจะลองกับเมนูของร้านตัวเองก่อนก็ได้ จากปุ่มทดลองฟรีข้างล่างนี้
ได้บัญชีทดลองแล้ว ดูตอนที่ 2 ต่อ ตั้งค่าร้านครั้งแรก 8 ขั้น จนขายบิลแรก ทำตามได้ทีละขั้น

